top of page
D37F96ED16CFF8DCF6256550A23256D9E2CDF78D.jpeg

คัมภีร์เสริมคางสไตล์เกาหลีที่ PERSONA Clinic

รูปร่างหน้าและคางที่สวยงามเป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา ในปัจจุบัน รูปแบบความงามสไตล์เกาหลีได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะคางสไตล์เกาหลีที่มีลักษณะเรียวเล็ก กระชับ และมีมิติอย่างธรรมชาติ

ซึ่งช่วยเสริมให้ใบหน้าดูอ่อนวัยและน่ารักยิ่งขึ้น

ที่ PERSONA Clinic เราได้นำเสนอบริการเสริมคางสไตล์เกาหลีด้วยวิธีการผ่าตัดที่ทันสมัยและปลอดภัย

โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง เพื่อช่วยให้คุณมีรูปร่างหน้าและคางในสไตล์ที่ปรารถนา

เช็กปัญหากันก่อน ทำไมต้องเสริมคาง?

คางตัด คางสั้น

แก้ปัญหาคางตัดและคางสั้น ด้วยการเสริมคางสไตล์เกาหลี

นอกจากรูปร่างคางที่กระชับสวยงามแล้ว รูปทรงของปลายคางก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมให้ใบหน้าดูสวยงดงามยิ่งขึ้น ปัญหาที่พบบ่อยคือคางตัดและคางสั้น ซึ่งส่งผลให้รูปหน้าขาดมิติ ดูแข็งกระด้าง และไม่สมส่วน

คางตัด เป็นลักษณะของปลายคางที่ดูเหลี่ยมคม ไม่ละมุนอ่อนช้อย ซึ่งจะทำให้ใบหน้าดูแมน ขาดความอ่อนหวานในสไตล์เกาหลี

คางสั้น เกิดจากความสั้นของโครงสร้างกระดูกคาง เมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ ของใบหน้า จึงทำให้รูปหน้าดูไม่สมส่วนและขาดมิติ

คางถอย

เสริมคางให้โดดเด่นมีมิติด้วยการแก้ปัญหาคางถอย

สำหรับใครที่มีปัญหาคางถอย จะทำให้ใบหน้าดูแบนขาดมิติ
เนื่องจากโครงสร้างคางที่ยุบตัวเข้าไปมากกว่าส่วนอื่นๆ ทำให้รูปทรงใบหน้าไม่เสมอรับกันในมุมด้านข้าง รวมถึงการตกของแสงที่ส่องลงบนใบหน้าจะดูขาดมิติบริเวณคาง

คางบุ๋ม

ผ่าตัดเสริมคางเรียบเนียนเพื่อแก้ปัญหาคางบุ๋ม

สำหรับใครที่มีปัญหาคางบุ๋ม จะเห็นเป็นร่องหรือร่องรอยยุบลึกตรงกลางคาง ทำให้รูปทรงคางดูไม่เรียบเนียนสวยงาม บางรายอาจเห็นร่องคางบุ๋มได้ชัดเจนมาก ซึ่งปัญหานี้เกิดจากการที่กล้ามเนื้อหรือกระดูกคางทั้งสองด้าน ไม่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ มักจะต้องใช้สาร เติมเต็ม เช่นการฉีด ฟิลเลอร์ ฉีดไขมัน หรือ ใช่ silicone เพื่อปกปิดให้คางดูเรียบเนียนขึ้น

คางเบี้ยว

แก้ปัญหาคางเบี้ยวด้วยการเสริมคางให้เรียบเสมอกัน

หนึ่งในปัญหาเรื่องรูปทรงคางที่อาจส่งผลต่อรูปลักษณ์โดยรวมคือ "คางเบี้ยว" ซึ่งหมายถึงลักษณะของเนื้อคางทั้งสองข้างไม่เท่ากัน อาจเกิดจากความไม่สมดุลของกระดูกหรือกล้ามเนื้อคางทำให้ฐานคางดูเอียงหรือเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง บางรายอาจพบร่วมกับปัญหาคางบุ๋มด้วย

หลายคนคงเห็นปัญหาคางของตัวเองแล้วใช่มั้ยคะ ได้เวลาที่ต้องหาวิธีเสริมคางกันแล้ว แล้วการเสริมคางสไตล์ธรรมชาติ ทำมาแล้วดูไม่โป๊ะ
ในปัจจุบันจะมีวิธีไหนกันบ้างนะ
ไปอ่านต่อกันเลยค่าา

ฉีดคางกับเสริมคางอันไหนดีกว่ากัน

เปรียบเทียบการฉีดคางและการเสริมคางด้วยซิลิโคน

สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะปรับรูปทรงคาง หนึ่งในข้อสงสัยหลักคงหนีไม่พ้นเรื่องของวัสดุว่าจะเลือกการฉีดสารเติมเต็มคางหรือการเสริมคางด้วยซิลิโคนดีกว่ากัน ทั้งสองวิธีนี้ต่างก็มีข้อดีและข้อควรพิจารณาที่แตกต่างกัน ดังนี้

 

การฉีดคางด้วยสารเติมเต็ม (ฟิลเลอร์)

ข้อดี

  • เป็นวิธีการที่ไม่ผ่าตัด ทำได้ง่ายและรวดเร็ว

  • ช่วยปรับรูปทรงคางได้ดี เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความยาว/ความยื่นของคางเล็กน้อย

  • หากไม่พอใจสามารถดูดสารออกได้

ข้อควรพิจารณา

  • ผลลัพธ์ไม่ถาวรและคงอยู่ได้ระยะหนึ่งเท่านั้น อาจต้องฉีดซ้ำทุก 6-12 เดือน

  • ถ้าฉีดมากเกินไปอาจทำให้คางดูแข็งหรือคลำได้

การเสริมคางด้วยซิลิโคนอมพลิส
ข้อดี

  • ผลลัพธ์ถาวร คงอยู่ตลอดไป ไม่ต้องทำซ้ำ

  • สามารถปรับรูปทรงคางได้ตามต้องการ มีความยืดหยุ่นสูง ขึ้นอยู่กับการออกแบบทรงของแพทย์

  • วัสดุซิลิเกรดทางการแพทย์ มี อย. เป็นมิตรต่อร่างกาย ลดความเสี่ยงการแพ้หรือปฏิกิริยา

ข้อควรพิจารณา

  • ต้องผ่านการผ่าตัดเสริมคาง จึงมีความเสี่ยงมากกว่าการฉีด

  • ระยะพักฟื้นหลังผ่าตัด อาจนานกว่าการฉีดสารเติมเต็ม และอาจมีรอยแผลเล็กน้อย

  • ราคาค่าใช้จ่ายสูงกว่าการฉีดสารเติมเต็มคาง

IMG_1390.JPG

ถ้าหากถามว่าฉีดคางกับเสริมคางอันไหนดีกว่ากัน อาจตอบได้ว่ามีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกัน อยู่ที่ความชื่นชอบและความสะดวกของสาวๆ แต่ละคนมากกว่าค่ะ

วิธีผ่าตัดเสริมคางแผลใน VS แผลนอก แตกต่างกันยังไง

IMG_1389.JPG

วิธีการผ่าตัดเสริมคางมีให้เลือก 2 แบบหลักๆ คือแผลใน (Intraoral incision) และแผลนอก (Extraoral incision) ซึ่งมีข้อแตกต่างดังนี้

การผ่าตัดเสริมคางแผลใน (Intraoral incision)

  • ทำการผ่าตัดโดยการเจาะผ่านทางช่องปากด้านใน บริเวณเหงือกล่างของปาก ทำให้ไม่มีรอยแผลที่ภายนอกคางหรือใบหน้า

  • อาจเจ็บปากและพูดยากในช่วงแรกๆ หลังผ่าตัด

  • ข้อจำกัดคือไม่สามารถใช้กับซิลิโคนหนา หรือเสริมปรับโครงสร้างคางขนาดใหญ่

  • เย็บปิดแผลด้วยไหมละลายค่ะ ไม่ต้องนัดตัดไหม

ข้อดี : เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรอยแผลที่มองเห็นได้ง่าย

ข้อเสีย : ต้องดูแลการรับประทานอาหาร อย่าให้เศษอาหารเข้าไปติดในซอกแผล จะทำให้แผลติดเชื้อได้

การผ่าตัดเสริมคางแผลนอก (Extraoral incision)

  • ทำการผ่าตัดโดยการตัดบริเวณใต้คางจากด้านนอก จะเหลือรอยแผลเล็กๆ ที่คาง ประมาณ 2 cm.

  • รอยแผลที่คางค่อนข้างมองเห็นได้ง่ายในระยะแรก แต่จะค่อยๆ จางหายไปเองภายในระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี

  • เหมาะสำหรับการเสริมด้วยวัสดุที่มีขนาดใหญ่ เช่น ซิลิโคนขนาดหนา หรือเสริมปรับรูปร่างคางใหม่

ข้อดี : รับประทานอออได้ตามปกติ (งดอาหารแสลง เหมือนการผ่าตัดทั่วไป)

ข้อเสีย : รักษาแผลนอก ห้ามแผลเปียกน้ำ (ทำความสะอาดผิวหน้ายาก) อาจมีรอยแผลเป็น แผลนูนคีลอยด์ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลได้

ดังนั้นแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแนะนำวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมว่าควรใช้แผลใน หรือแผลนอก

โดยพิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน เช่น ขนาดและรูปร่างของวัสดุเสริมคาง ปัญหาโครงสร้างคาง ความต้องการของผู้ป่วยเรื่องรอยแผลและระยะพักฟื้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การผ่าตัดที่ดีที่สุด

ข้อดีเสริมคางหน้าเรียวสไตล์เกาหลี
PERSONA  Clinic

เสริมคางหน้าเรียวสไตล์เกาหลีที่ PERSONA Clinic

เพื่อให้ได้มารูปร่างใบหน้าและคางที่งดงามอย่างสไตล์เกาหลี การเสริมคางจึงเป็นหนึ่งในบริการยอดนิยมของเรา ด้วยข้อได้เปรียบดังนี้

🔺 ทีมแพทย์วุฒิบัตรศัลยกรรมตกแต่งโดยตรง และประสบการณ์สูง คอยวางแผนและดูแลตลอดกระบวนการ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย

🔺 ใช้วัสดุเสริมคางคุณภาพสูง อย่างซิลิโคน เกรดทางการแพทย์ มี อย. ตรวจสอบได้

🔺 ข้อมูลโปรแกรมผ่าตัดที่ละเอียดชัดเจน แพทย์จะประเมินและแนะนำวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผู้ป่วยแต่ละคน

🔺 เทคนิคการผ่าตัดที่ละเอียดประณีต สร้างความกระชับเรียว มีมิติอย่างธรรมชาติสไตล์เกาหลี

🔺 ทีมพยาบาลคอยดูแลหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แผลหายเร็วและได้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ

ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ที่ PERSONA Clinic

Q & A คำถามศัลยกรรมคางที่พบบ่อย

หลังผ่านการศัลยกรรมเสริมคางเพื่อให้ได้รูปร่างคางสวยงามสไตล์เกาหลี คงมีคำถามหลายประการที่ผู้ป่วยอยากทราบ ที่นี่เรามีคำตอบจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาฝากกัน

คำถาม : หลังผ่าตัดเสริมคางจะต้องพักฟื้นนานเท่าไร?

คำตอบ : หลังผ่าตัดเสริมคาง ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติภายใน 1-2 วัน แต่อาจมีอาการบวมและเจ็บเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งจะค่อยๆ ดีขึ้นในสัปดาห์ถัดไป

คำถาม : เมื่อไรคางจะเริ่มเข้ารูปเข้าทรง?

คำตอบ : โดยทั่วไปภายในระยะ 1-3 เดือนหลังผ่าตัด รูปทรงคางใหม่จะค่อยๆ กลมกลืนและชัดเจนขึ้น แต่ระยะเวลาดังกล่าวอาจแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

คำถาม : เมื่อไรสามารถแกะเทปบล็อกคางออกได้?

คำตอบ : เทปบล็อกคางจะช่วยให้คางคงทรงและปกป้องจากการกระแทก โดยส่วนใหญ่แนะนำให้แกะออกได้หลังผ่าน 3-5 วันแรก เพื่อให้แผลตางที่เสริมไปอยู่กับที่ ไม่เลื่อนไหล

คำถาม : มีวิธีให้แผลผ่าตัดหายเร็วขึ้นหรือไม่?

คำตอบ : การทานยาและอาหารเสริมตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยให้แผลหายและบวมยุบได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด แอลกอฮอล์ และบ้วนปากด้วยน้ำยาหลังทานอาหารเพื่อป้องกันการอักเสบแผล

ข้อแนะนำเตรียมตัวก่อนเสริมคาง

เสริมคางเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างถูกวิธี ก่อนทำการเสริมคาง มีข้อแนะนำดังนี้

  1. ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งและหารือถึงความเหมาะสม วิธีการ และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ

  2. ตรวจร่างกายให้แน่ใจว่าไม่มีโรคประจำตัวที่อาจเป็นข้อห้ามในการผ่าตัด

  3. งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงในการหายช้าและแทรกซ้อน

  4. เตรียมจิตใจให้พร้อมสำหรับการผ่าตัดและระยะพักฟื้น โดยปกติจะต้องพักประมาณ 1-2 สัปดาห์

  5. จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่บ้าน เช่น อาหารพร้อมรับประทาน ยาและของใช้จำเป็น เป็นต้น

  6. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด เพื่อให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมคาง
ฺBy PERSONA Clinic

หลังจากการผ่าตัดเสริมคาง การดูแลรักษาแผลที่ถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็วและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ดังนั้นควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้

  1.  ประคบเย็น การประคบเย็นจะช่วยบรรเทาอาการปวด ลดอาการบวมช้ำลงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วง 1 – 3 วันแรกหลังจากเสริมคางแผลใน ควรหมั่นประคบเย็นบ่อยๆ  ด้วยน้ำแข็งหรือเจลเย็น

  2. รักษาความสะอาดบริเวณแผล ทำความสะอาดแผลตามคำสั่งของแพทย์ด้วยน้ำเกลือหรือสารละลายที่แพทย์สั่ง อย่าใช้สบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อต่างๆ โดยพลการ

  3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลมากเกินไป อย่าคลึงหรือขยี้แผล  งดเท้าคาง เพราะอาจทำให้แผลฉีกขาดหรือติดเชื้อได้ หรือ silicone เบี้ยวได้

  4. ใช้ผ้าก๊อซปิดแผลตามคำแนะนำ เปลี่ยนผ้าก๊อซให้สะอาดอยู่เสมอ

  5. งดกิจกรรมหนักหรือการออกแรงมากในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันการบวมและการหลุดของเส้นเย็บ

  6. รับประทานยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด ยาลดบวมตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด

  7. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ชั่วคราว ของหมักดอง 1 เดือน เพราะจะทำให้การหายของแผลช้าลง หรือาจมีอาการอักเสบติดเชื้อได้

  8. บ้วนปากทันทีหลังทานอาหาร  การบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากยังช่วยฆ่าเชื้อ ลดโอกาสการติดเชื้อจากอาหารเข้าสู่แผลได้โดยน้ำยาบ้วนปากต้องเป็นสูตรที่ไม่มีแอลกอฮอล์ค่ะ เพราะไม่ทำให้แสบแผล หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป​

  9. ทานอาหารเคี้ยวง่ายๆ การออกแรงเคี้ยวอาหารมากๆ จะเป็นการฝืนทำให้เกิดอาการเจ็บ หรือยิ่งทำให้บวมช้ำมากขึ้นได้ แนะนำในช่วงแรกต้องเลือกทานอาหารที่เคี้ยวง่าย ๆ อย่างเช่น โจ๊ก ข้าวต้ม สลัด น้ำซุปข้นๆโดยเฉพาะช่วงแรกหลังผ่าตัดเสริมคางแผลในเพียงไม่กี่วันเท่านั้น โดยทั่วไป คนไข้จะเริ่มกลับมาทานอาหารที่เคี้ยวปกติได้ภายใน 3-5 วัน

bottom of page