
โปรแกรมศัลยกรรมคางที่ PERSONA
รูปร่างหน้าและคางที่สวยงามเป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา ในปัจจุบัน
โดยเฉพาะคางสไตล์ที่มีลักษณะเรียวเล็ก มีมิติ
ซึ่งช่วยเสริมให้ใบหน้าดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น
เช็กปัญหากันก่อน
ทำไมต้องศัลยกรรมคาง?

คางตัด คางสั้น
แก้ปัญหาคางตัดและคางสั้น กับ Persona
นอกจากรูปร่างคางที่กระชับสวยงามแล้ว รูปทรงของปลายคางก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมให้ใบหน้าดูสวยงดงามยิ่งขึ้น ปัญหาที่พบบ่อยคือคางตัดและคางสั้น
คางตัด เป็นลักษณะของปลายคางที่ดูเหลี่ยมคม ไม่ละมุนอ่อนช้อย ซึ่งจะทำให้ใบหน้าดูแมน ขาดความอ่อนหวานในใบหน้า
คางสั้น เกิดจากความสั้นของโครงสร้างกระดูกคาง เมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ ของใบหน้า จึงทำให้รูปหน้าดูไม่สมส่วนและขาดมิติ
คางถอย
เสริมคางให้โดดเด่นมีมิติด้วยการแก้ปัญหาคางถอย
สำหรับใครที่มีปัญหาคางถอย จะทำให้ใบหน้าดูแบนขาดมิติ เนื่องจากโครงสร้างคางที่ยุบตัวเข้าไปมากกว่าส่วนอื่นๆ ทำให้รูปทรงใบหน้าไม่เสมอรับกันในมุมด้านข้าง รวมถึงการตกของแสงที่ส่องลงบนใบหน้าจะดูขาดมิติบริเวณคาง


คางบุ๋ม
โปรแกรมผ่าตัดศัลยกรรมคางเรียบเนียนเพื่อแก้ปัญหาคางบุ๋ม
สำหรับใครที่มีปัญหาคางบุ๋ม จะเห็นเป็นร่องหรือร่องรอยยุบลึกตรงกลางคาง ทำให้รูปทรงคางดูไม่เรียบเนียนสวยงาม บางรายอาจเห็นร่องคางบุ๋มได้ชัดเจนมาก ซึ่งปัญหานี้เกิดจากการที่กล้ามเนื้อหรือกระดูกคางทั้งสองด้าน ไม่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ มักจะต้องใช้สาร เติมเต็ม เช่นการ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ โปรแกรมฉีดไขมัน หรือ ใช้ silicone เพื่อปกปิดให้คางดูเรียบเนียนขึ้น
คางเบี้ยว
แก้ปัญหาคางเบี้ยวด้วยการเสริมคางให้เรียบเสมอกัน
หนึ่งในปัญหาเรื่องรูปทรงคางที่อาจส่งผลต่อรูปลักษณ์โดยรวมคือ "คางเบี้ยว" ซึ่งหมายถึงลักษณะของเนื้อคางทั้งสองข้างไม่เท่ากัน อาจเกิดจากความไม่สมดุลของกระดูกหรือกล้ามเนื้อคางทำให้ฐานคางดูเอียงหรือเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง บางรายอาจพบร่วมกับปัญหาคางบุ๋มด้วย

หลายคนคงเห็นปัญหาคางของตัวเองแล้วใช่มั้ยคะ
ได้เวลาที่ต้องหาโปรแกรมศัลยกรรมเสริมคางกันแล้ว
แล้วโปรแกรมเสริมคางในปัจจุบันจะมีวิธีไหนกันบ้างนะ
ไปอ่านต่อกันเลยค่าา😘
โปรแกรมฉีดคางและโปรแกรมศัลยกรรมคางอันไหนดีกว่ากัน
เปรียบเทียบโปรแรกมฉีดคางและโปรแกรมศัลยกรรมคางด้วยซิลิโคน
สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะปรับรูปทรงคาง หนึ่งในข้อสงสัยหลักคงหนีไม่พ้นเรื่องของวัสดุว่าจะเลือกการฉีดโปรแกรมสารเติมเต็มคางหรือโปรแกรมศัลยกรรมคางด้วยซิลิโคนดีกว่ากัน ทั้งสองวิธีนี้ต่างก็มีข้อดีและข้อควรพิจารณาที่แตกต่างกัน ดังนี้
โปรแกรมฉีดคางด้วยสารเติมเต็ม (โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์)
ข้อดี
-
เป็นวิธีการที่ไม่ผ่าตัด ทำได้ง่ายและรวดเร็ว
-
ช่วยปรับรูปทรงคางได้ดี เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความยาว/ความยื่นของคางเล็กน้อย
-
หากไม่พอใจสามารถดูดสารออกได้
ข้อควรพิจารณา
-
ผลลัพธ์ไม่ถาวรและคงอยู่ได้ระยะหนึ่งเท่านั้น อาจต้องฉีดซ้ำทุก 6-12 เดือน
-
ถ้าฉีดมากเกินไปอาจทำให้คางดูแข็งหรือคลำได้
โปรแกรมศัลยกรรมคางด้วยซิลิโคน
ข้อดี
-
ผลลัพธ์คงอยู่ตลอดไป ไม่ต้องทำซ้ำ
-
สามารถปรับรูปทรงคางได้ตามต้องการ มีความยืดหยุ่นสูง ขึ้นอยู่กับการออกแบบทรงของแพทย์
-
วัสดุซิลิเกรดทางการแพทย์ เป็นมิตรต่อร่างกาย ลดความเสี่ยงการแพ้หรือปฏิกิริยา
ข้อควรพิจารณา
-
ต้องผ่านการผ่าตัดศัลยกรรมคาง จึงมีความเสี่ยงมากกว่าการฉีด
-
ระยะพักฟื้นหลังผ่าตัด อาจนานกว่าโปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม และอาจมีรอยแผลเล็กน้อย
-
ราคาค่าใช้จ่ายสูงกว่าโปรแกรมฉีดสารเติมเต็มคาง

ถ้าหากถามว่าโปรแกรมฉีดคางกับโปรแกรมศัลยกรรมคางอันไหนดีกว่ากัน
อาจตอบได้ว่ามีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบและความสะดวกของแต่ละบุคคลค่ะ^^
โปรแกรมศัลยกรรมคางแผลใน VS แผลนอก
แตกต่างกันยังไง

โปรแกรมศัลยกรรมคางมีให้เลือก 2 แบบหลักๆ
คือแผลใน (Intraoral incision) และแผลนอก (Extraoral incision)
ซึ่งมีข้อแตกต่างดังนี้
โปรแกรมศัลยกรรมคางแผลใน (Intraoral incision)
-
ทำการผ่าตัดโดยการเจาะผ่านทางช่องปากด้านใน บริเวณเหงือกล่างของปาก ทำให้ไม่มีรอยแผลที่ภายนอกคางหรือใบหน้า
-
อาจเจ็บปากและพูดยากในช่วงแรกๆ หลังผ่าตัด
-
ข้อจำกัดคือไม่สามารถใช้กับซิลิโคนหนา หรือเสริมปรับโครงสร้างคางขนาดใหญ่
-
เย็บปิดแผลด้วยไหมละลายค่ะ ไม่ต้องนัดตัดไหม
ข้อดี : เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรอยแผลที่มองเห็นได้ง่าย
ข้อเสีย : ต้องดูแลการรับประทานอาหาร อย่าให้เศษอาหารเข้าไปติดในซอกแผล จะทำให้แผลติดเชื้อได้
โปรแกรมศัลยกรรมคางแผลนอก (Extraoral incision)
-
ทำการผ่าตัดโดยการตัดบริเวณใต้คางจากด้านนอก จะเหลือรอยแผลเล็กๆ ที่คาง ประมาณ 2 cm.
-
รอยแผลที่คางค่อนข้างมองเห็นได้ง่ายในระยะแรก แต่จะค่อยๆ จางหายไปเองภายในระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี
-
เหมาะสำหรับการเสริมด้วยวัสดุที่มีขนาดใหญ่ เช่น ซิลิโคนขนาดหนา หรือเสริมปรับรูปร่างคางใหม่
ข้อดี : รับประทานอาหารได้ตามปกติ (งดอาหารแสลง เหมือนการผ่าตัดทั่วไป)
ข้อเสีย : รักษาแผลนอก ห้ามแผลเปียกน้ำ (ทำความสะอาดผิวหน้ายาก) อาจมีรอยแผลเป็น แผลนูนคีลอยด์ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลได้
ดังนั้นแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแนะนำวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมว่าควรใช้แผลในหรือแผลนอก
โดยพิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน เช่น ขนาดและรูปร่างของวัสดุที่ใช้เสริมคาง ปัญหาโครงสร้างคาง ความต้องการของผู้ป่วยเรื่องรอยแผลและระยะพักฟื้น
Q & A คำถาม
โปรแกรมศัลยกรรมคางที่พบบ่อย
หลังทำโปรแกรมศัลยกรรมเสริมคางเพื่อให้ได้รูปร่างคางสวยงาม
คงมีคำถามหลายคำถามที่อยากทราบ เราเลยรวบรวมคำตอบ
จากทีมศัลยแพทย์มาฝากกันค่ะ😘
คำถาม : หลังผ่าตัดจะต้องพักฟื้นนานเท่าไร?
คำตอบ : หลังผ่าตัดผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติภายใน 1-2 วัน
แต่อาจมีอาการบวมและเจ็บเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งจะค่อยๆ ดีขึ้นในสัปดาห์ถัดไป
คำถาม : เมื่อไหร่คางจะเริ่มเข้ารูปเข้าทรง?
คำตอบ : โดยทั่วไปภายในระยะ 1-3 เดือนหลังผ่าตัด รูปทรงคางใหม่จะค่อยๆ กลมกลืนและชัดเจนขึ้น แต่ระยะเวลาดังกล่าวอาจแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
คำถาม : เมื่อไหร่จะสามารถแกะเทปบล็อกคางออกได้?
คำตอบ : เทปบล็อกคางจะช่วยให้คางคงทรงและปกป้องจากการกระแทก โดยส่วนใหญ่แนะนำให้แกะออกได้หลังผ่าน 3-5 วันแรก เพื่อให้แผลคางที่เสริมไปอยู่กับที่ไม่เลื่อนไหล
คำถาม : มีวิธีให้แผลผ่าตัดหายเร็วขึ้นหรือไม่?
คำตอบ : การทานยาและอาหารเสริมตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยให้แผลหายและบวมยุบได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด แอลกอฮอล์ และบ้วนปากด้วยน้ำยาหลังทานอาหารเพื่อป้องกันการอักเสบแผล
ข้อแนะนำเตรียมตัวก่อนทำ
โปรแกรมศัลยกรรมคางเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างถูกวิธี โดยก่อนทำโปรแกรมศัลยกรรมคางมีข้อแนะนำดังนี้
-
ปรึกษาแพทย์ หารือถึงความเหมาะสม วิธีการและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ
-
ตรวจร่างกายให้แน่ใจว่าไม่มีโรคประจำตัวที่อาจเป็นข้อห้ามในการผ่าตัด
-
งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงในการหายช้าและแทรกซ้อน
-
เตรียมจิตใจให้พร้อมสำหรับการผ่าตัดและระยะพักฟื้น โดยปกติจะต้องพักประมาณ 1-2 สัปดาห์
-
จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่บ้าน เช่น อาหารพร้อมรับประทาน ยาและของใช้จำเป็น เป็นต้น
-
ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด เพื่อให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและปลอดภัย
วิธีดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรมศัลยกรรมคาง
หลังจากการผ่าตัดการดูแลรักษาแผลที่ถูกวิธีจะช่วยให้แผลหายเร็วและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ดังนั้นควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้
-
ประคบเย็น การประคบเย็นจะช่วยบรรเทาอาการปวด ลดอาการบวมช้ำลงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วง 1 – 3 วันแรกหลังจากทำ ควรหมั่นประคบเย็นบ่อยๆ ด้วยน้ำแข็งหรือเจลเย็น
-
รักษาความสะอาดบริเวณแผล ทำความสะอาดแผลตามคำสั่งของแพทย์ด้วยน้ำเกลือหรือสารละลายที่แพทย์สั่ง อย่าใช้สบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อต่างๆ โดยพลการ
-
หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลมากเกินไป อย่าคลึงหรือขยี้แผล งดเท้าคางเพราะอาจทำให้แผลฉีกขาดหรือติดเชื้อได้ หรือ silicone เบี้ยวได้
-
ใช้ผ้าก๊อซปิดแผลตามคำแนะนำ เปลี่ยนผ้าก๊อซให้สะอาดอยู่เสมอ
-
งดกิจกรรมหนักหรือการออกแรงมากในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันการบวมและการหลุดของเส้นเย็บ
-
รับประทานยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด ยาลดบวมตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด
-
หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอลล์ชั่วคราว ของหมักดอง 1 เดือนเพราะจะทำให้การหายของแผลช้าลง หรืออาจมีอาการอักเสบติดเชื้อได้
-
บ้วนปากทันทีหลังทานอาหาร การบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากยังช่วยฆ่าเชื้อ ลดโอกาสการติดเชื้อจากอาหารเข้าสู่แผลได้ด้วย โดยน้ำยาบ้วนปากต้องเป็นสูตรที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะไม่ทำให้แสบแผล หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป
-
ทานอาหารเคี้ยวง่ายๆ การออกแรงเคี้ยวอาหารมาก ๆ จะเป็นการฝืนทำให้เกิดอาการเจ็บ หรือยิ่งทำให้บวมช้ำมากขึ้นได้ แนะนำในช่วงแรกต้องเลือกทานอาหารที่เคี้ยวง่าย ๆ อย่างเช่น โจ๊ก ข้าวต้ม สลัด น้ำซุปข้นๆโดยเฉพาะช่วงแรกหลังผ่าตัดเสริมคางแผลในเพียงไม่กี่วันเท่านั้น โดยทั่วไป คนไข้จะเริ่มกลับมาทานอาหารที่เคี้ยวปกติได้ภายใน 3-5 วัน



