top of page
7788C97DA2BD87DC207768C14502CAA018D85111.jpeg

โปรแกรม Biostimulator คืออะไร มียี่ห้อไหนบ้าง
อยู่ได้นานไหม?

นวัตกรรมความงามในยุคปัจจุบันได้ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยโปรแกรม Biostimulator

เทคโนโลยีการกระตุ้นคอลลาเจน ต่างจากการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ทั่วไปที่เน้นการเติมเต็ม โปรแกรม Biostimulator ที่ทำงานด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกาย ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายในสู่ภายนอกอย่างเป็นระบบ เมื่อวัยที่เพิ่มขึ้นการผลิตคอลลาเจนในร่างกายจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย และขาดความยืดหยุ่น โปรแกรม Biostimulator จึงเข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยแก้ปัญหาความร่วงโรยของผิวได้อย่างตรงจุด ด้วยการทำงานที่เลียนแบบกระบวนการธรรมชาติ กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรง กระชับ และดูอ่อนเยาว์แลดูเป็นธรรมชาติ

โปรแกรม Biostimulator คืออะไร ?

โปรแกรม Biostimulator เป็นนวัตกรรมการรักษาเพื่อความอ่อนเยาว์ที่ทำงานโดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกาย โดยใช้สารที่มีคุณสมบัติพิเศษในการกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่ช่วยให้ผิวมีความกระชับ เต่งตึงขึ้น

ความแตกต่างระหว่าง
โปรแกรม Biostimulator และโปรแกรม ฟิลเลอร์

​โปรแกรม Biostimulator

​-กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ใหเผลลัพธ์ค่อยๆ ดีขึ้น ผลลัพธ์อยู่ได้นาน

โปรแกรมฟิลเลอร์

-เติมเต็มด้วยสารไฮยาลูโรนิกแอซิด ให้ผลลัพธ์หลังทำดูเต็มขึ้น แต่สลายตัวเร็วกว่า

กลไกการทำงานของโปรแกรม Biostimulator

โปรแกรม Biostimulator ทำงานผ่านกลไกสำคัญ 3 ขั้นตอน

  1. การกระตุ้นเซลล์

    • สารออกฤทธิ์จะกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์

    • เซลล์จะเริ่มกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง

  2. การสร้างคอลลาเจน

    • เซลล์ไฟโบรบลาสต์ผลิตคอลลาเจนชนิดต่างๆ

    • เพิ่มการสร้างอีลาสตินและไฮยาลูโรนิก

  3. การฟื้นฟูโครงสร้างผิว

    • คอลลาเจนใหม่ช่วยเสริมความแข็งแรง

    • ปรับปรุงโครงสร้างและความยืดหยุ่นของผิว

biostimulator คืออะไร_edited.jpg

ประเภทของโปรแกรม Biostimulator

1. Poly-L-lactic Acid (PLLA)

  • แบรนด์ที่ได้รับความนิยม: Sculptra®, Juvelook®, Lenisna®

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชนิด 1

  • เหมาะสำหรับการเพิ่มปริมาตรผิว

  • ผลลัพธ์คงอยู่ได้ 18-24 เดือน

  • ได้รับการรับรองจาก FDA

2. Calcium Hydroxylapatite (CaHA)

  • แบรนด์ที่ได้รับความนิยม: Radiesse®,HarmonyCa™

  • มีส่วนประกอบคล้ายแร่ธาตุในกระดูก

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างเข้มข้น

  • ผลลัพธ์คงอยู่ได้ 12-18 เดือน

  • เห็นผลเร็วกว่า PLLA

3. PCL (Polycaprolactone)

  • แบรนด์ที่ได้รับความนิยม: Ellansé®

  • เทคโนโลยีล่าสุดในกลุ่ม Biostimulator

  • ผสมผสานการเติมเต็มและกระตุ้นคอลลาเจน

  • ผลลัพธ์คงอยู่ได้ถึง 24-36 เดือน

  • มีให้เลือกหลายระดับความคงทน (S, M, L, E)

Biostimulator ที่ได้รับความนิยมในปัจุบัน

1. โปรแกรม Sculptra เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่มีส่วนประกอบหลักคือ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งเป็นสารที่เข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อในร่างกายมนุษย์

 

จุดเด่นของโปรแกรม Sculptra

  1. สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ

  2. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว

  3. สามารถออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลได้

 

ประโยชน์ของโปรแกรม Sculptra

  1. ทำให้ผิวแน่นอิ่มฟู

  2. ยกกระชับบริเวณที่หย่อนคล้อย

  3. ปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม

2. โปรแกรม Radiesse เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนรุ่นใหม่ที่แตกต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์ทั่วไป โดยมีสารสำคัญคือ แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทด์ (CaHA) หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า "คาห้า" แทนที่จะเป็นกรดไฮยาลูโรนิก (HA) เหมือนโปรแกรมฟิลเลอร์ทั่วไป

 

จุดเด่นของโปรแกรม Radiesse

  1. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว

  2. เข้ากับร่างกายได้ดีเพราะมีส่วนประกอบคล้ายกระดูก

  3. ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่าย

 

ประโยชน์ของโปรแกรม Radiesse

  1. เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวโดยตรง

  2. เร่งกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ

  3. ช่วยฟื้นฟูการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่

  4. ทำให้ผิวแข็งแรงและกระชับขึ้น

3. โปรแกรม Ultracol หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ไหมน้ำ" เป็นนวัตกรรมที่ใช้สาร PDO (Polydioxanone microsphere) ซึ่งเป็นวัสดุชนิดเดียวกับไหมละลายที่ใช้ในการเย็บแผลผ่าตัด

4. โปรแกรม Lenisna เป็นนวัตกรรมสาร Hybrid biostimulator ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการดูแลผิวมีองค์ประกอบสำคัญคือ PDLLA ปริมาณ 170 มิลลิกรัม และ Noncrosslinked HA 30 gm ที่มีคุณสมบัติเหลวแต่คงตัวได้ดี

 

ประโยชน์ของโปรแกรม Lenisna

  1. ได้รับการรับรอง CE Mark , KFDA

  2. กระตุ้นคอลลาเจน

  3. เติมเต็มใบหน้าให้อิ่มฟู

  4. เพื่อความชุ่มชื่นให้ผิวด้วย HA 30 mg

  5. เหมาะสำหรับการฉีดใต้ชั้นผิว

  6. ไม่มีการตกค้างหลังการฉีด

5.โปรแกรม JUVELOOK คือผลิตภัณฑ์คอลลาเจนบูสเตอร์ที่รวมประสิทธิภาพของสองสารสำคัญ: กรดไฮยาลูโรนิกแบบ Noncrosslinked 7.5 g และ Poly D, L Lactide 42.5 g โดยมีขนาดอนุภาคระหว่าง 10-40 ไมโครเมตร ซึ่งเป็นสารบริสุทธิ์ที่ไม่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรมและมีความเข้ากันได้ดีกับร่างกาย

 

ประโยชน์ของโปรแกรม Juvelook

  1. กระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใต้ชั้นผิว

  2. เพิ่มความชุ่มชื้นและความอิ่มฟูให้ผิว

  3. ปรับสีผิวให้กระจ่างใส

  4. ลดเลือนริ้วรอยและตำหนิผิว

  5. เติมเต็มร่องลึกและรอยแผลเป็น

  6. แก้ไขปัญหาหลุมสิว

6.โปรแกรม HArmonyCa™  คือ Hybrid Filler ที่ออกฤทธิ์ผ่านสองกลไก ทั้งการเติมเติมใบหน้า และการกระตุ้นคอลลาเจน เป็น Dual Effect ที่ไม่ใช่แค่ช่วยยกกระชับผิวและเติมเต็มในระยะสั้น แต่ได้ผลของการฟื้นฟูผิวในระยะยาวด้วย HArmonyCa™ ใช้เทคโนโลยีการผสมผสาน ของสาร 2 ชนิด คือ กรดไฮยาลูโรนิก (HA) และ สารแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) 

 

ประโยชน์ของโปรแกรม HArmonyCa™

  1. เติมเต็มรูปหน้าให้เข้ารูป

  2. ยกกระชับผิว

  3. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว

  4. ฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว

  5. ประหยัดเวลาด้วยการรักษาครั้งเดียว

  6. ได้ผลลัพธ์ครอบคลุมทั้งการเติมเต็มและฟื้นฟูผิว

7.โปรแกรม Gouri คือสาร PCL (Polycaprolactone) มีประวัติการใช้ในไหมละลายทางการแพทย์มากกว่า 10 ปี เป็นของเหลวสำหรับฉีดที่มีโมเลกุลสูง สามารถกระจายตัวได้ทั่วใบหน้ากลไกการทำงาน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่เสื่อมสภาพตามวัย เพิ่มความหนาและความแข็งแรงของชั้นผิว ปรับปรุงความยืดหยุ่นของผิว

 

ประโยชน์ของโปรแกรม Gouri

  1. แก้ปัญหาริ้วรอยที่ Botox ไม่สามารถแก้ไขได้

  2. เพิ่มความกระชับและความเรียบเนียนของผิว

  3. ลดขนาดรูขุมขน

  4. ลดเม็ดสีที่ทำให้เกิดฝ้าและรอยดำ

  5. บรรเทาอาการผิวอักเสบ เช่น โรคโรซาเชีย

  6. เป็น PCL ชนิดแรกที่อยู่ในรูปของเหลวสำหรับฉีด

  7. ไม่จำเป็นต้องเปิดแผลมาก

ข้อบ่งชี้และประโยชน์ 

โปรแกรม Biostimulator เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาต่อไปนี้

  1. ผิวหน้าหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ

  2. ริ้วรอยลึก โดยเฉพาะร่องแก้มและร่องข้างปาก

  3. ผิวบางและขาดความยืดหยุ่น

  4. ต้องการปรับรูปหน้าให้มีมิติ

  5. แก้ไขรอยหลุมสิวหรือแผลเป็น

 

ประโยชน์ที่ได้รับ

  • ผิวกระชับ เต่งตึงขึ้น

  • ลดเลือนริ้วรอย

  • เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว

  • ปรับโครงสร้างใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์

กระบวนการรักษา

1. การปรึกษาแพทย์

  • ประเมินสภาพผิวและความต้องการ

  • เลือกชนิดโปรแกรม Biostimulator ที่เหมาะสม

  • วางแผนการรักษา

2. ขั้นตอนการรักษา

  • ทำความสะอาดผิวและทายาชา

  • ฉีด โปรแกรม Biostimulator ตามตำแหน่งที่กำหนด

  • นวดเบาๆ เพื่อกระจายตัวสาร

  • ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที

3. จำนวนครั้งที่แนะนำ

  • โดยทั่วไป 1-3 ครั้ง

  • ห่างกันครั้งละ 4-6 สัปดาห์

  • อาจต้องทำทรีทเมนต์ซ้ำทุก 1-2 ปี

การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำ

การเตรียมตัวก่อนทำ

  1. งดการใช้ยาละลายลิ่มเลือด 7 วัน

  2. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง

  3. แจ้งประวัติการแพ้ยากับแพทย์

  4. งดผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวบอบบาง

 

การดูแลหลังทำ

  1. ประคบเย็นเพื่อลดการบวม

  2. หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณที่ฉีด 1 สัปดาห์

  3. งดการออกกำลังกายหนัก 24-48 ชั่วโมง

  4. ทาครีมกันแดดเมื่อออกแดด

  5. ดื่มน้ำมากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

ผลข้างเคียงที่พบได้:

  • รอยช้ำและบวม

  • แดงเล็กน้อย

  • เจ็บหรือระคายเคือง

  • อาการคันบริเวณที่ฉีด

อาการเหล่านี้มักหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์

ข้อควรระวังและข้อห้าม

ไม่ควรทำ Biostimulator ในกรณี:

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • มีการติดเชื้อบริเวณที่จะทำการรักษา

  • มีโรคภูมิแพ้รุนแรง

  • มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด

  • มีโรคออโตอิมมูน

คำถามที่พบบ่อย

Q: ผลลัพธ์จะเห็นได้เมื่อไหร่?

A: เริ่มเห็นผลตั้งแต่ 4-6 สัปดาห์หลังการรักษา และดีขึ้นต่อเนื่องถึง 6 เดือน

 

Q: เจ็บมากไหม?

A: มีความเจ็บปวดน้อย เนื่องจากมีการทายาชาก่อนทำ

 

Q: ต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์อย่างไร?

A: โปรแกรม Biostimulator กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ให้ผลลัพธ์ที่คงทนกว่า

 

Q: ต้องทำกี่ครั้ง?

A: ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความต้องการ โดยทั่วไป 1-3 ครั้ง

 

Q: ค่าใช้จ่ายในการทำโปรแกรม Biostimulator ประมาณเท่าไหร่?

A: ราคาเริ่มต้นประมาณ 15,000-45,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิด และปริมาณที่ใช้

 

Q: สามารถทำร่วมกับโปรแกรมทรีตเมนต์อื่นได้หรือไม่?

A: สามารถทำร่วมกับโปรแกรมทรีตเมนต์อื่นได้ เช่น โปรแกรมโบท็อกซ์ โปรแกรมเลเซอร์ หรือ โปรแกรมยกกระชับใบหน้า แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

 

Q: อายุเท่าไหร่จึงเหมาะสมกับการทำโปรแกรม Biostimulator?

A: เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหรือต้องการป้องกันริ้วรอย

 

Q: หากไม่พอใจผลลัพธ์สามารถแก้ไขได้หรือไม่?

A: โปรแกรม Biostimulator เป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ จึงไม่สามารถสลายได้เหมือนโปรแกรมฟิลเลอร์

 

Q: ทำแล้วสามารถกลับไปทำงานได้ทันทีหรือไม่?

A: สามารถกลับไปทำงานได้ทันที แต่อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งสามารถปกปิดด้วยเครื่องสำอางได้

 

Q: มีความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้หรือไม่?

A: ความเสี่ยงในการแพ้ต่ำมาก เนื่องจากโปรแกรม Biostimulator ผลิตจากสารสังเคราะห์ที่ปลอดภัยและผ่านการรับรองมาตรฐาน แต่ควรแจ้งประวัติการแพ้ให้แพทย์ทราบก่อนทำ

 

Q: ควรเว้นระยะห่างเท่าไหร่ในการทำครั้งต่อไป?

A: โดยทั่วไปควรเว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์ระหว่างการทำแต่ละครั้ง และอาจต้องทำโปรแกรมทรีตเมนต์ซ้ำทุก 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของโปรแกรม Biostimulator ที่เลือกใช้

โปรแกรม Biostimulator เป็นนวัตกรรมการรักษาที่ช่วยฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ของผิวโดยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล

ปรึกษาแพทย์ persona clinic
bottom of page