top of page

E.P.T.Q Filler (Epitique Filler) ฟิลเลอร์เกาหลีน้องใหม่

Updated: Dec 16, 2021



ฟิลเลอร์ คือสารเติมเต็มไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของสารไฮยาลูรอน โดยสารชนิดนี้มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับเซลล์ผิว ทำให้ผิวหน้าฟู อิ่มขึ้น รวมถึงทำให้ผิวมีความชุ่มชื่นมากขึ้นด้วย ซึ่งปกติผิวของเราจะมีการสร้างสารไฮยาลูโรนิก แอซิดอยู่แล้ว เพียงเเต่ฟิลเลอร์ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อเลียนแบบสารไฮยาลูโรนิก แอซิดที่เรามีในร่างกาย ทำให้ผิวของเราฟู อิ่ม และชุ่มชื่นได้อย่างรวดเร็ว และเป็นการชะลอวัยได้เป็นอย่างดี


ฟิลเลอร์ E.P.T.Q คือฟิลเลอร์น้องใหม่จากประเทศเกาหลี เป็นฟิลเลอร์ชนิดอยู่ได้ชั่วคราว ไม่ถาวร (temporary dermal filler) ฟิลเลอร์ชนิดนี้ช่วยเติมเต็มใบหน้าให้อิ่มฟู แก้ไขปัญหาร่องลึก เช่น ใต้ตาลึก คล้ำ ขมับตอบ แก้มตอบ คางตัด ร่องแก้มลึก เป็นต้น E.P.T.Q. ฟิลเลอร์ เป็นฟิลเลอร์ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการฟื้นฟูผิวหน้า การเติมเต็มแก้ไขริ้วรอย และเพิ่มปริมาตรให้ใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ

E.P.T.Q Filler ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศเกาหลี (Korea FDA) และผ่านองค์การอาหารและยาของประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ (Thai FDA)


E.P.T.Q Filler ผลิตขึ้นมาตามเกณฑ์การผลิตที่ได้มาตรฐาน มีขั้นตอนการผลิตถึง 9 ขั้นตอน (The 9 procress) เพื่อผลิตสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ที่มีความปลอดภัยสูง และได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดตามมาตรฐาน EP (European Pharmacopoeia)


"The 9 process" คือหลักการผลิต E.P.T.Q filler ที่ช่วยในการปรับรูปหน้าให้สวยและลดผลข้างเคียงที่ไม่พึ่งประสงค์ให้น้อยที่สุด



"The 9 process"ประกอบด้วย

  1. ตัวประกอบของสาร Hyaluronic acid เป็น pharmaceutical grade ซึ่งมีความปลอดภัย

  2. High purity HA อยู่ได้นานและทำให้เกิดการบวมได้น้อย

  3. มีความหนืดสูง ทำให้เกิดการยกกระชับที่ดีเยี่ยม

  4. เทคโนโลยีในการทำให้โมเลกุลเป็นเม็ดละเอียด เพื่อการขึ้นรูปได้อย่างสวยงาม

  5. ไม่มีตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีที่ตกค้างในการผลิต

  6. การผลิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดเชื้อ

  7. สารพิษ (Endotoxin) น้อยกว่า 0.1 EU/mL

  8. มี pH และ osmolarity ที่ใกล้เคียงกับผิวมนุษย์ ทำให้ลดอาการเจ็บขณะทำหัตถการ

  9. สามารถปรับเเรงฉีดได้เหมาะสม เพื่อผลการฉีดที่แม่นยำ

คำถามคือ ทำไมเราต้องเลือกฉีด E.P.T.Q filler ให้กับตัวเอง?

เพราะ E.P.T.Q. filler มีการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผิวหนังเวลาที่ทำหัตถการ และไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องความเจ็บปวด ทำให้ขณะที่ฉีดฟิลเลอร์รู้สึกสบาย และ มั่นใจมากขึ้น และมีหลายโมเลกุลให้เลือก สามารถฉีดได้ทุกตำแหน่งบนใบหน้า


E.P.T.Q. FIller ที่ในประเทศไทย มีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น ประกอบด้วย รุ่น S100 S300 และ S500

1. S100 ความเข้มข้นของ HA 24 mg/ml

e.p.t.q. Lidocaine S 100 มีขนาด 1.1mL * 1 syringe / box

มีโมเลกุลขนาดเล็ก หมอแนะนำเติมเต็มในส่วนใต้ตา หน้าผาก ริ้วรอยตื้นๆ เป็นต้น

อยู่ได้นานประมาณ 8-10 เดือน

2. S300 ความเข้มข้นของ HA 24 mg/ml

e.p.t.q. Lidocaine S 300 มีขนาด 1.1mL * 1 syringe / box

มีโมเลกุลขนาดกลาง แนะนำเติมเต็มในบริเวณใต้ตา แก้มส้ม ริมฝีปาก แก้มตอบ เป็นต้น

อยู่ได้นานประมาณ 10-12 เดือน

3. S500 ความเข้มข้นของ HA 24 mg/ml

e.p.t.q. Lidocaine S 500 มีขนาด 1.1mL * 1 syringe / box

โมเลกุลขนาดใหญ่ ทำให้ผิวหน้าฟูได้มากที่สุด แนะนำเติมในบริเวณขมับ คาง ร่องแก้ม

อยู่ได้นานประมาณ 1 ปี


E.P.T.Q Filler สามารถฉีดบริเวณไหนได้บ้าง

1. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ใต้ตาเป็นบริเวณที่มีคนไข้เข้ามาฉีดมากที่สุด ในคนที่ใต้ตาคล้ำ ลึก หรือ ริ้วรอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา การใช้ฟิลเลอร์ในการรักษาจะเห็นผลชัดเจนที่สุด เพราะใต้ตาจะฟูขึ้นเต็ม เม็ดสีบริเวณผิวหนังใต้ตาที่ดูคล้ำจะดูสว่างใสขึ้น ริ้วรอยเหี่ยวย่นเล็กๆ จะลดลง ทำให้ดูอ่อนวัย ดูสดใส โดยฟิลเลอร์ที่เราจะเลือกฉีดบริเวณใต้ตาจะต้องเป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อบางเบา สามารถเก็บรายละเอียดตื้นๆได้ เพื่อลดปัญหาการเกิดก้อนฟิลเลอร์หลังฉีด ปริมาณของฟิลเลอร์ที่ใช้จะอยู่ที่ประมาณ 1-2 cc ขึ้นอยู่กับปัญหาและความลึกของคนไข้แต่ละคน และจะอยู่ได้นานประมาณ 8 เดือน ถึง 1 ปีขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เลือกใช้


2. ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ร่องแก้มเป็นบริเวณที่หลายๆคนกังวล เพราะทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย การเติมเต็มร่องแก้มด้วยฟิลเลอร์จะทำให้ร่องแก้มดูตื่นขึ้น ก่อนที่เราจะเติมร่องแก้ม คุณหมอต้องประเมินก่อนว่าปัญหาร่องแก้มลึกเกิดได้จากอะไรบ้าง เพราะบางคนเกิดจากไขมันบริเวณหน้าแก้มลดลง หรือกระดูกหน้าแก้มยุบตัวลงเมื่ออายุมากขึ้น ดังนั้นการแก้ไขปัญหาร่องแก้มในกรณีนี้จึงจำเป็นต้องแก้ที่ต้นเหตุก่อน นั่นก็คือการเติมฟิลเลอร์ที่บริเวณหน้าแก้ม ทำให้ผิวหน้ายกตัวขึ้น ร่องแก้มจะดูตื้นขึ้น แล้วเราจึงจะใช้ฟิลเลอร์ที่เหลือมาเก็บรายละเอียดที่ร่องแก้มอีกที วิธีนี้จะช่วยให้คนไข้ประหยัดจำนวนซีซีในการฉีดฟิลเลอร์ได้ สำหรับการเติมฟิลเลอร์ร่องแก้ม ส่วนใหญ่จะใช้ประมาณ 1-2 cc ต่อข้าง และอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เลือกใช้


3. ฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ แก้มตอบเป็นปัญหาที่พบบ่อยเช่นกัน ในคนที่ผอม ไม่มีไขมันที่หน้า หรือในคนที่กระดูกโหนกแก้มชัดจะรู้สึกว่าแก้มตอบได้ การแก้ไขที่ดีที่สุด คือการเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์ โดยส่วนใหญ่จะใช้ข้างละ 1-2 cc ขึ้้นอยู่กับความตอบของแก้มในคนไข้แต่ละคน ฟิลเลอร์ที่เลือกใช้จะเป็นชนิดที่มีโมเลกุลใหญ่ เนื่องจากบริเวณแก้มตอบเราต้องการให้แก้มฟูขึ้นมากๆ หลังจากเติมเเล้วคนไข้จะรู้สึกว่าผิวหน้าดูฟูมากขึ้น ที่สำคัญในคนที่โหนกแก้มชัดจะรู้สึกว่าโหนกแก้มลดลง อีกทั้งยังช่วยยกกระชับให้ใบหน้าดูเรียวมากขึ้นด้วย


4. ฉีดฟิลเลอร์ขมับ ขมับที่ลึกเว้า จะทำให้ใบหน้าดูไม่ละมุน ดูมีอายุ และทำให้โหนกแก้มดูชัด การเติมเต็มฟิลเลอร์ขมับจึงเป็นวิธีการที่สำคัญที่ช่วยให้ใบหน้าดูสมส่วนและดูโหนกแก้มลดลงได้ ฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ในการเติมบริเวณขมับจะเป็นฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลใหญ่ เพราะเราต้องการให้ผิวฟูมากที่สุด โดยจะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ข้างละประมาณ 1 cc ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1.5-2 ปี ขึ้นกับยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เราเลือกใช้ หลังฉีดฟิลเลอร์ขมับ จำทำให้ใบหน้าละมุนขึ้น บางคนอาจจะรู้สึกถึงใบหน้ายกกระชับและหน้าเรียวมากขึ้น สำหรับผลข้างเคียงคนไข้อาจจะรู้สึกปวดศีรษะได้เล็กน้อยหรือปวดเมื่อยบริเวณขากรรไกรได้ แต่พบได้ในบางเคสเท่านั้น


5. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก หน้าผากเป็นบริเวณที่ใช้ฟิลเลอร์ในการฉีดมากที่สุด เพราะเป็นบริเวณกว้าง คนไข้ที่ต้องการให้หน้าฝากโหนกนูน สามารถใช้ฟิลเลอร์ช่วยได้ โดยหมอจะแนะนำใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 3-5 cc ขึ้นกับความลึกของแต่ละเคส และเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีเนื้อบางเบาเนื่องจากบริเวณหน้าผากต้องการความเรียบเนียนไม่ให้เป็นก้อน การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเป็นบริเวณที่น่าท้าทาย ก่อนฉีดต้องเลือกเเพทย์ที่มีความชำนาญ และเลือกชนิดของฟิลเลอร์ให้ถูกต้อง เพราะบางเคสอาจจะเจอปัญหาฟิลเลอร์ไหล หรือเป็นคลื่นนูนไม่เสมอกันได้


6. ฉีดฟิลเลอร์คาง คนไข้ที่มีปัญหาคางตัดหรือคางสั้น การเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์จะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวและยาวมากขึ้น ฟิลเลอร์ที่ใช้จะเป็นฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลใหญ่ ที่ทำให้ผิวฟูได้มาก เนื่องจากเราต้องการให้คางดูยาวและขึ้นรูป ในแต่ละเคสจะใช้จำนวนฟิลเลอร์ประมาณ 1 cc คางที่สวยต้องไม่เเหลม หรือใหญ่จนเกินไป ต้องรับกับใบหน้า หลังจากฉีดฟิลเลอร์ที่คางแล้วจะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นกับโมเลกุลหรือยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้


7. ฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปาก ปัจจุบันคนไข้หลายๆท่านมีความสนใจในการฉีดฟิลเลอร์มปากมากขึ้น ฟิลเลอร์ปากจะช่วยแก้ไขปัญหาริมฝีปากที่ดูบาง ไม่เป็นรูปทรง โดยฟิลเลอร์สามารถที่จะปั้นรูปปากให้เป็นทรงสวยได้ตามที่คนไข้ต้องการ การเลือกใช้ฟิลเลอร์ฉีดที่บริเวณปาก เราจะใช้ฟิลเลอร์โมเลกุลที่ไม่เบา หรือใหญ่จนเกินไป เพราะเราไม่ต้องการให้ฟิลเลอร์หายเร็วหรือเป็นก้อนบวมจนดูไม่เป็นธรรมชาติ ควรเลือกเเพทย์ที่มีความชำนาญในการฉีดฟิลเลอร์ปาก และเลือกชนิดของฟิลเลอร์ให้ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่สามารถเกิดขึ้นได้


8. ฉีดฟิลเลอร์ยกกระชับใบหน้า หลายๆท่านอาจยังไม่ทราบว่า ฟิลเลอร์สามารถนำมาฉีดเพื่อยกกระชับใบหน้าได้ จุดที่สามารถฉีดฟิลเลอร์ยกกระชับบนใบหน้า ได้แก่ บริเวณแก้มส้ม หรือทางการแพทย์เรียกว่า midcheek บริเวณขมับ และบริเวณแก้มตอบ ในคนไข้ที่มีปัญหาขมับเว้าลึก หรือแก้มตอบ หลังจากฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในบริเวณดังกล่าวจะทำให้ใบหน้าดูยกกระชับขึ้นได้เช่นกัน

ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม

หลายๆคนอยากฉีดฟิลเลอร์แต่ไม่กล้า เพราะกลัวว่าจะมีอาการเจ็บ แต่รู้หรือไม่ว่าฟิลเลอร์ในปัจจุบันมียาชาผสมในตัว และ E.P.T.Q ฟิลเลอร์ ก็มียาชาผสมอยู่ด้วยเช่นกัน ทำให้ขณะฉีดจะไม่รู้สึกเจ็บ คนไข้จะรู้สึกสบายๆ ขณะที่หมอทำหัตถการ ดังนั้นถ้าใครกลัวความเจ็บ สามารถทำฟิลเลอร์ได้อย่างสบายใจแล้วค่ะ


ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์จะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจ ใช้เวลาน้อย สามารถยกกระชับหรือปรับโครงสร้างใบหน้าให้ได้รูป หรือเติมจุดที่ดูสูงวัยและดูหย่อนคล้อยตามจุดต่างๆ ทั้งใบหน้าและรูปร่างให้ดูอ่อนเยาว์ได้ตามต้องการ รวมทั้งช่วยเสริมโหงวเฮ้งตามความเชื่อได้อีกด้วย


ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์

หากฉีดในปริมาณมากๆ อย่างเช่นบริเวณสะโพกหรือหน้าอก พอนานวันเข้าก็อาจส่งผลให้ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนได้ บางรายอาจมีอาการบวมแดงในบริเวณที่ฉีด แต่จะหายไปได้เองภายใน 2 วัน


ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม

หลายๆท่านยังกังวลและกลัวการฉีดฟิลเลอร์ หมอขออธิบายแบบนี้ว่า ฟิลเลอร์มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือทำให้เรามีผิวหน้าที่อิ่มฟู ริ้วรอยลดลงดูอ่อนเยาว์ขึ้น แต่ฟิลเลอร์ก็ยังเป็นสิ่งที่คุณหมอหลายๆท่านต้องฝึกฝนฝีมือกันอย่างสม่ำเสมอ เพราะการฉีดฟิลเลอร์ ถ้าเราฉีดผิดชั้นก็็จะทำให้เกิดก้อน ผิวไม่เรียบเนียน หากฉีดเข้าไปในเส้นเลือด ก็จะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นขาดเลือด ซึ่งแพทย์ที่ฉีดจะต้องเฝ้าระวังและสังเกตอาการของคนไข้ขณะทำหัตถการอย่างสม่ำเสมอ ถ้าฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดต้องรีบให้การรักษาอย่างทันที โดยตำแหน่งในการฉีดฟิลเลอร์ที่อันตรายที่สุดเรียงตามลำดับ มากไปน้อย คือ บริเวณหน้าผาก บริเวณจมูก บริเวณร่องแก้ม และบริเวณใต้ตา ดังนั้นแพทย์ที่ฉีดต้องมีความชำนาญ มีประสบการณ์ และหลีกเลี่ยงการเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึ่งประสงค์ได้ ด้วยการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ มีสติ ไม่เร่งรีบในการฉีด และเลือกใช้เข็มที่มีปลายทู่ในการฉีดฟิลเลอร์เพื่อลดการเกิดการอุดตันเข้าไปในเส้นเลือด

วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์ E.P.T.Q

  1. กล่องฟิลเลอร์ทุกกล่องมี QR code ให้สแกนก่อนทำหัตถการ เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่าของแท้แน่นอนจากบริษัท Asthema Thailand

  2. ด้านข้างของกล่องฟิลเลอร์ มีเลขล็อตที่ผลิต วันเดือนปีที่ผลิตและวันหมดอายุซึ่งต้องตรงกับตัวยาภายในกล่อง

  3. ภายในกล่องมีฉลากยาที่เป็นภาษาไทยและเลข อย.ให้ตรวจสอบก่อนทำหัตถการ



รีวิวเคสฉีดฟิลเลอร์ E.P.T.Q












376 views0 comments
bottom of page